สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน, ที่เที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน

สถานที่ท่องเที่ยว
ศาสนสถาน
วัดพระธาตุดอยกองมู
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดพระธาตุดอยกองมู
วัดพระธาตุดอยกองมู
ตั้งอยู่บนดอยกองมูทางทิศตะวันตกของตัวเมืองแม่ฮ่องสอน เดินทางโดยแยกจากทางหลวงสาย 108 ตรงบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชาขึ้นไป ทางซ้ายมือ เป็นทางราดยางขึ้นภูเขาไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงบริเวณวัด

วัดนี้เดิมมีชื่อเรียกว่า วัดปลายดอย เป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมืองที่สำคัญที่สุด ประกอบด้วยพระธาตุเจดีย์ที่สวยงาม 2 องค์ พระเจดีย์องค์ใหญ่สร้างโดย "จองต่องสู่" เมื่อ พ.ศ. 2403 เป็นที่บรรจุพระธาตุของพระโมคคัลลานะเถระ ซึ่งนำมาจาก ประเทศพม่า ส่วนพระธาตุเจดีย์องค์เล็กสร้างเมื่อ พ.ศ. 2417 โดย "พระยาสิงหนาทราชา" เจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก จากวัดพระธาตุดอยกองมูนี้ สามารถมองเห็นภูมิประเทศ และสภาพตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ได้อย่างชัดเจนและสวยงามมาก วัดนี้มี งานเทศกาลประจำปีหลายงาน เช่น ในวันปีใหม่ วันสงกรานต์ โดยเฉพาะในวันออกพรรษาจะมีการตักบาตรดาวดึงส์ หรือตักบาตร เทโวด้วย
วัดหัวเวียง หรือ วัดกลางเมือง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนสีหนาทบำรุง ตำบลจองคำ (อยู่ติดกับตลาดเช้าบริเวณสี่แยกไฟแดง) เป็นวัดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2406 เป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าพาราละแข่ง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องประจำเมืองที่งดงามมาก มีประวัติว่า หล่อจำลองจาก "พระมหามุนี" ซึ่งเป็นเจ้าพาราละแข่งองค์จริง ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า โดยลุงจองโพหย่า เดินทาง ไปนิมนต์มา พระเจ้าพาราละแข่งองค์นี้สร้างเป็นท่อนๆ ทั้งหมด 9 ท่อน ล่องมาตามแม่น้ำปาย แล้วนำมาประกอบที่วัดพระนอน และนำมาประดิษฐานที่วัดหัวเวียง หรือวัดกลางเมือง ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่า เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืององค์หนึ่ง ปัจจุบัน วิหารที่ประดิษฐานพระเจ้าพาราละแข่ง สร้างใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยคงโครงสร้างของวิหารตามรูปแบบเดิมไว้ ซึ่งได้ รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
วัดจองคำ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่บริเวณสวนสาธารณะหนองจองคำ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2370 โดยช่างฝีมือชาวไทยใหญ่ มีศิลปะแบบต่างๆ ซึ่งเป็นศิลปะแบบไทยใหญ่ที่แปลกและงดงามมาก หลังคาวัดเป็นรูปปราสาท เพราะมีคติว่าปราสาทเป็นของสูง ผู้ที่ประทับอยู่ ในปราสาทควรจะเป็นพระมหากษัตริย์หรือตัวแทนพระศาสนา จึงเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต มีขนาดหน้าตักกว้าง 4.85 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2469 โดยช่างฝีมือชาวพม่า และมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ซึ่งจำลองมาจากพระศรีศากยมุนีที่วิหารวัดสุทัศน์ ประดิษฐานไว้เป็นพระประธานของวัด เหตุที่เรียกชื่อวัดจองคำ เนื่องจากเสาวัดประดับด้วยทองคำเปลว
วัดจองกลาง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ข้างกับวัดจองคำ ภายในวิหารมีแท่นบูชาตั้งพระพุทธสิหิงค์จำลองปิดทองเหลืองอร่ามไปทั้งองค์ และภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ จัดแสดงตุ๊กตาไม้แกะสลักเป็นรูปคนและสัตว์ ฝีมือแกะสลักของช่างชาวพม่า ซึ่งนำมาจากพม่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2400 นอกจากนี้ ยังมีภาพจิตรกรรมบนแผ่นกระจกเรื่องพระเวสสันดรชาดกและภาพพุทธประวัติ ตลอดจนภาพแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยนั้น หลายภาพ มีคำบรรยายใต้ภาพเป็นภาษาพม่าและมีบันทึกบอกไว้ว่าเป็นฝีมือของช่างไทยใหญ่จากมัณฑะเลย์
วัดพระนอน
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดพระนอน
วัดพระนอน
ตั้งอยู่เชิงดอยกองมู เป็นที่ประดิษฐานพระนอนองค์ใหญ่ สร้างด้วยศิลปะไทยใหญ่ พ.ศ. 2418 และเป็นพระนอนองค์ขนาดยาว 12 เมตร ซึ่งมีพุทธลักษณะงดงามมาก ตามประวัติเล่าว่าพระนางเมียะ ภริยาของพระยาสิงหนาทราชาเป็นผู้สร้างขึ้น ภายในบริเวณมีรูปปั้นสิงโตขนาดใหญ่ 2 ตัว สร้างโดยพระยาสิงหนาทราชา และพระนางเมียะ อยู่เคียงข้างระหว่างทางที่จะขึ้นไปนมัสการพระธาตุกองมู เป็นสิงโตที่มีลักษณะงดงามและสมบูรณ์มาก นอกจากนี้ภายในวัดยังมีการสอนวิปัสนาอีกด้วย
วัดก้ำก่อ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
วัดก้ำก่อ วัดก้ำก่อ (เป็นภาษาไต แปลว่า ดอกบุนนาค) ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับวัดพระนอน เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2433 มีลักษณะสถาปัตยกรรมที่งดงาม โดยเฉพาะหลังคาคลุมทางเดิน ตั้งแต่ซุ้มทางเข้าไปสู่ศาลา

นอกจากนี้ยังมีตำราภาษาไทยใหญ่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยใหญ่กับเจ้าอโน รธา มังช่อ ปัจจุบันได้รับการแปลเป็นภาษาไทย โดยพระมหาบุญรักษ์ สุปัญโญ ท่านเจ้าอาวาสวัดนี้ สิ่งที่สนใจ ในวัดนี้คือ สถาปัตยกรรม อาคารซุ้มทางเดินเข้าในตัววัด ซึ่งสร้างโดยคหบดีของเมืองแม่ฮ่องสอน เป็นอาคารที่มี หลังคาประดับประดาด้วยลายฉลุ ตกแต่งสวยงาม

วัดต่อแพ
สถานที่ตั้ง : อำเภอขุนยวม
ตั้งอยู่ที่บ้านต่อแพ ตำบลแม่เงา ห่างจากตลาดขุนยวมประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่อยู่ทางฝั่งขวาของ ลำน้ำยวม มีวิหารขนาดใหญ่แบบพม่า สร้างอย่างวิจิตรสวยงามมากซึ่งภายในวิหารมีผ้าม่านเก่าแก่ทำด้วยกำมะหยี่ ประดับลูกปัด มุกและทับทิม จำนวน 164 เม็ดและมีธรรมาสน์สร้างในพ.ศ. 2464 นอกจากนี้ยังมีเจดีย์ทรงมอญ อีกด้วย ตามประวัติเล่าว่าบริเวณนี้แต่เดิมเคยเป็นที่พัก และรวมไม้ซุง นักต่อแพเหล่านี้ได้พร้อมใจกันสร้างวัดขึ้น มาแล้วให้ชื่อว่า วัดต่อแพ

สถาปัตยกรรมที่ดีเด่นของวัดต่อแพ คือศาลาการเปรียญซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมพม่าผสมไทใหญ่ที่สวยงามที่สุด ในอำเภอขุนยวม วัดต่อแพมีวัตถุโบราณล้ำค่าหลายอย่าง เช่น ผ้าม่านประดับพลอดกว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร ตู้พระธรรม ซึ่งนำมาจากเมืองมะละแหม่ง แกะสลักอย่างสวยงามจำนวน 2 ใบและพระพุทธรูปล้ำค่าอีกหลายองค์ นอกจากนี้ ภายใน บริเวณวัดยังมีอาคารที่เก่าแก่อีกหลายหลัง คือ จองซอนหรือศาลาสรงน้ำพระซึ่งใช้เป็นที่สรงน้ำพระในเทศกาลสงกรานต์ ของชาวไท ใหญ่ ตลอดจนวิหารและเจดีย์เก่าแก่ สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2463 และถานหรือส้วมพระสงฆ์สมัยโบราณที่สร้าง ขึ้นอย่างวิจิตรพิสดาร มีหลังคาลดชั้นและลวดลายแกะสลักไม้ปัจจุบันนี้ยังใช้งานได้ดี
วัดม่วยต่อ
สถานที่ตั้ง : อำเภอขุนยวม
วัดก้ำก่อ
วัดก้ำก่อ
วัดนี้มีสิ่งที่น่าสนใจคือ เจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ ล้อมรอบด้วยพระเจดีย์บริวาร ยอดประดับด้วยฉัตรโลหะ แขวนกระดิ่งโดยรอบ และ จอง(ปราสาท) ซึ่งสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ.2527 มีเสาศาลาหลังเก่าสมัยสงคราม โลกครั้งที่ 2 ซึ่งใช้เป็นสถานพยาบาลทหารที่เจ็บป่วย ริมแนวรั้วด้านในมีอัฐิทหารญี่ปุ่นผู้เสี้ยชีวิตในสงคราม ในวันขึ้น 10 - 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี ทางวัดจะจัดงานประเพณีเขาวงกต
วัดกิตติวงศ์
สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่สะเรียง
ตั้งอยู่ในเขตสุขาภิบาลแม่สะเรียง ถนนวัยศึกษา เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่พระ ครูกิตตินำมาจากวัดศรีสุพรรณ จังหวัดเชียงใหม่ บานประตูและหน้าต่างของโบสถ์สลักเป็นลวดลายปูนปั้นสวยงาม และยังมีพระคัมภีร์โบราณค้นพบในถ้ำผาแดงริมฝั่งแม่น้ำสาละวินเมื่อ พ.ศ. 2511 จารึกประวัติศาสตร์บันทึกความสัมพันธ์ของล้านนากับพม่า
วัดอุทยารามณ์
สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่สะเรียง
หรือเรียกอีกอย่างว่า วัดจองสูง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองแม่สะเรียง สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2381 โดยพระไทยใหญ่และชาวบ้านไทยใหญ่ที่อพยพมาจากมาจากพม่าและตั้งถิ่นฐานอยู่ที่พื้นที่นี้ ภายในวัด มีเจดีย์ทรงมอญเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี อยู่ 3 องค์ และภายในวิหารรูปทรงพม่าซึ่งลวดลายงดงาม
วัดศรีบุญเรือง
สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่สะเรียง
ตั้งอยู่ใกล้กับวัดจองสูงมีสถาปัตยกรรมที่งดงามโดยเฉพาะพระอุโบสถและศาลาการเปรียญ มีลวดลายฉลุแบบไทยใหญ่และยังมีภาพพุทธประวัติที่สวยงามตามแบบศิลปพม่า
วัดแสนทอง
สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่สะเรียง
มีสิ่งที่สำคัญคือพระแสนทองพระพุทธรูปปางมารวิชัย ล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ อันเป็นศิลปะสมัยเชียงแสนที่เก่าแก่และงดงามมากองค์หนึ่ง และที่วัดแสนทองนี้ยัง ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ ชาวบ้านเรียกว่าพระเพชรหรือพระสิงห์หนึ่ง อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองแม่สะเรียง
อนุสาวรีย์
อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา
อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา
อนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชา
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ต้นถนนขุนลุมประพาส ประวัติของพระยาสิงหนาทราชา เดิมชื่อ ชานกะเล เป็นชาวไทยใหญ่ ได้รวบรวมผู้คนตั้งหมู่บ้านขึ้นชื่อว่า "บ้านขุนยวม" ต่อมาได้ยกขึ้นเป็นเมือง จวบจนปี พ.ศ. 2417 จึงได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมืองแม่ฮ่องสอน และพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าครองนครเชียงใหม่ ได้ยกบรรดาศักดิ์ชานกะเล เป็นพระยาสิงหนาทราชา และแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก จากบริเวณอนุสาวรีย์พระยาสิงหนาทราชานี้ เมื่อมองตรงขึ้นไปจะเห็นองค์พระธาตุดอยกองมูอยู่บนยอดเขา
ตลาด
ตลาดเช้า
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ใกล้กับวัดหัวเวียง ถนนสิหนาทบำรุงมีสินค้าของชาวพื้นเมืองขาย รวมทั้งอาหารแบบไตของฝากจากเมืองแม่ฮ่องสอนหรือขนมของคนไตก็มีขาย ในตลาดเช้าแห่งนี้ คนจะเดินพลุกพล่านและหนาแน่นไปจนถึง 09.00 น. นอกจากนี้ยังได้สัมผัสกับชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นนั้นด้วย
สวนสาธารณะ
หนองจองคำ
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นสวนสาธารณะตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นหนองน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีน้ำตลอดปี เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองและนักท่องเที่ยว และใช้ เป็นสถานที่จัดงานประเพณีที่สำคัญๆ ของจังหวัดด้วย
แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ
ปางอุ๋ง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ปางอุ๋ง
ปางอุ๋ง
หรือที่มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า "โครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง)" นั้น เป็น โครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเห็นว่าพื้นที่ บริเวณนี้เป็นพื้นที่ อันตราย อยู่ติดแนวชายแดนพม่า มีกองกำลังต่างๆมีการขนส่ง ปลูกพืชเสพติด รวมไปถึงการบุกรุกพื้นที่ตัด ไม้ทำลายป่าอยู่เสมอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระราชินีนาถจึงมีพระราชดำริให้รวบรวมราษฎรกลุ่มน้อยบริเวณนั้น และพัฒนา ความเป็นอยู่ ส่งเสริมอาชีพปลูกป่า สร้างอ่างเก็บน้ำ โดยมีพระราชประสงค์สร้างความมั่นคงแนวชายแดน พัฒนาความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้น และฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ สมบูรณ์ ยั่งยืนตลอดไป

ยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำผ่านทิวสนและ ไอหมอกบางๆ เป็นภาพที่สร้างความประทับยากจะลืมเลือน ที่ปางอุ๋ง นอกจากชมบรรยากาศของสายหมอกในยามเช้าแล้ว กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ คือ การนั่งแพ ชมทัศนียภาพและบรรยากาศโดยรอบ รวมถึงชมนดาราแห่งปางอุ๋ง นั่นก็คือหงส์พระราชทานจากสมเด็จพระราชินี ซึ่งเป็นหงส์ดำ และหงส์ขาวอย่างละ 1 คู่ ด้วยกันและไม่ควรพลาดที่จะไปชม สวนปางอุ๋ง ใกล้กับที่ทำการของโครงการพระราชดำริฯ ซึ่งจัดสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีพืชพรรณที่กลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศบนที่สูง ทดแทนไร่ฝิ่นร้างแต่ดั้งเดิม ซึ่งไว้ลูกพืชที่ให้ประโยชน์ทางด้านอาหารและยาแพทย์แผนไทย และสร้างความกลมกลืนกับภูมิประเทศ เช่น อะโวคาโด พลับ สาลี่ บ๊วยอีกทั้งยังมีการตกแต่งด้วยสวนไม้ ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น กุหลาบ ไฮเดรนเยีย พวงแสด อีกทั้งยังมีการพยายามนำพืชและสัตว์ประจำถิ่นของพื้นที่ปางอุ๋งกลับมา เช่น เอื้องแซะและกล้วยไม้ต่างๆ และสัตว์อย่างเขียดแลว เป็นต้น

การเดินทาง
ใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 สายแม่ฮ่องสอน-ปาย ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามถนนเข้าหมู่บ้านกุงไม้สัก-บ้านห้วยนาขานอีก 4 กิโลเมตร (เส้นทางไปน้ำตกผาเสื่อ พระตำหนักปางตอง)ภูโคลนอยู่ทางขวามือ

น้ำพุร้อนผาบ่อง
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ห่างจากตัวเมือง 11 กิโลเมตร มีบริเวณพื้นที่ 3 ไร่ โดยเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 108 ที่นี่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายและให้บริการอาบน้ำแร่กลางแจ้งเพื่อสุขภาพ
ภูโคลน - อันซีน ประเทศไทย
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ภูโคลน
ภูโคลน - อันซีน ประเทศไทย
เป็นแหล่งค้นพบโคลนจากน้ำพุร้อน นับเป็นหนึ่งในสามแหล่งของโลกที่มีการค้นพบโคลนที่นำมาใช้ในการเสริมสร้าง สุขภาพความงามให้กับผิวพรรณของเรา นอกเหนือจากโคลนใต้ทะเล dead sea และโคลนภูเขาไฟ เนื่องจากมี แร่ธาตุที่มีประโยชน์ เช่น แคลเซียม ที่ช่วยปรับความสมดุลย์ของผิว โบรไมด์มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค แมกนีเซียมช่วยเสริม สร้างและช่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ เป็นต้น

ภูโคลนเป็นแหล่งน้ำแร่และโคลนธรรมชาติที่มาจากสายน้ำแร่ใต้ดินเป็น โคลนเดือด บริสุทธิ์ที่ขึ้นมากับน้ำแร่ธรรมชาติที่สะอาดและไม่มีกลิ่นกำมะถัน ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อ ผิวหนังและระบบไหลเวียนของโลหิตของ มนุษย์ และที่นี่มีบริการพอกโคลนซึ่งใช้เวลาไม่นาน หรือใช้บริการอาบน้ำแร่ นักท่องเที่ยวสามารถแวะมาท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ภูโคลนให้บริการในรูปแบบของแนเชอรัลสปา และมีสระน้ำแร่ธรรมชาติ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 5361 2265, 08 6198 0722

การเดินทาง
ใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 สายแม่ฮ่องสอน-ปาย ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามถนนเข้าหมู่บ้านกุงไม้ สัก-บ้านห้วยนาขานอีก 4 กิโลเมตร (เส้นทางไปน้ำตกผาเสื่อ พระตำหนักปางตอง) ภูโคลนอยู่ทางขวามือ

ถ้ำลอด
สถานที่ตั้ง : อำเภอปางมะผ้า
เป็นถ้ำขนาดใหญ่ ลักษณะภายในถ้ำมีความแปลกตา ลึกลับและเต็มไปด้วยความเงียบสงบ สันนิษฐานว่าเคยเป็น ที่อยู่ของมนุษย์ช่วงก่อนประวัติศาสตร์ นักโบราณคดีได้ค้นพบเครื่องมือเครื่องใช้โบราณ กระดูกของมนุษย์ ตุ๊กตา แกะสลักด้วยไม้ และโลงศพจำนวนมากมาย ถ้ำแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 77 กิโลเมตร ตามเส้น ทางหลวงหมายเลข 1095 ระหว่างกิโลเมตรที่ 138-139 จากนั้นไปต่ออีกประมาณ 9 กิโลเมตรก็ถึงถ้ำลอด

มีลำธารซึ่งไหลผ่านจากฝั่งหนึ่งลอดภูเขาไปทะลุอีกฝั่งหนึ่ง เส้นทางที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้โดยการล่องแพ หรือ เดินเท้าเข้าไปสำรวจประมาณ 1 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่จะเป็นคนพาเดินชมภายในถ้ำตามเส้นทางที่จัดทำไว้ และ เป็นคนบรรยายข้อมูลต่างให้นักท่องเที่ยวฟัง โดยจะเสียค่าบริการ 100 บาทต่อกลุ่ม อีกทั้งบริเวณที่ทำการยังมีบ้านพัก ไว้บริการและอนุญาตให้ตั้งเต้นท์พักแรมได้
ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ
ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ
ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ
สถานที่ตั้ง : อำเภอขุนยวม
ดอกบัวตอง (บางครั้งถูกเรียกว่า ทานตะวันป่า) ที่นี่เมื่อบานพร้อมๆ กันในช่วงเดือนพฤศจิกายน จะเหลืองอร่ามปกคลุมทั่วทั้งภูเขาและมี ความสวยงามมาก ทางจังหวัดแม่ฮ่องสอนจึงได้จัดงานเทศกาลบัวตองบานขึ้นเพื่อเป็นการชมความงามของธรรมชาติ โดยจะจัดที่บริเวณอำเภอ ขุนยวม การเดินทางเข้าชมทุ่งดอกบัวตอง ก่อนถึงตัวอำเภอมีทางแยกซ้ายตามทางหลวงหมายเลข 1263 แล้วไปอีกประมาณ 26 กิโลเมตร ก็ถึงที่หมาย
ถ้ำแก้วโกม
สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ลาน้อย
ภายในถ้ำเต็มไปด้วยผลึกแร่แคลไซต์ที่ผนังและเพดานถ้ำ ผลึกมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกัน เช่น ผลึกคล้ายเกล็ดน้ำแข็งขนาดเล็กละเอียด สีขาว ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่สุดของถ้ำ ผลึกคล้ายเกล็ดน้ำตาล หรือผลึกแร่ควอตซ์ ผลึกที่จับตัวกันคล้ายปะการัง ผ้าม่าน โคมไฟเพดาน ผลึก งอกและย้อยเป็นเสาและแท่ง ภายในถ้ำแบ่งเป็น 5 ห้อง สวยงามมากเปิดให้เข้าชมเป็นรอบ ๆ ละ 20 นาที ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.
แหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ
บ้านน้ำเพียงดิน
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
อยู่ในเขตตำบลผาบ่อง เดินทางโดยรถยนต์ประมาณ 2 ชั่วโมง หรือแบบเพจเกจล่องแพเที่ยวชมลำน้ำปายผ่านบ้านห้วยเดื่อ 1 วัน พบกับความสวยงามของธรรมชาติและไม่ไกลเกินบ้านน้ำเพียงดิน มีแหล่งท่องเที่ยวอื่นที่ติดกับแนวเขตชายแดนประเทศพม่า
บ้านกะเหรี่ยงแม่สะกั๊วะ
บ้านกะเหรี่ยงแม่สะกั๊วะ
หมู่บ้านละว้า (ลัวะ) แม่ละอูบ
สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ลาน้อย
เป็นหมู่บ้านเขตติดต่อระหว่างอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอแม่ลาน้อย และอำเภอแม่สะเรียง มีลักษณะวัฒนธรรม การสร้างที่อยู่อาศัย การแต่งกายและอุปนิสัยแตกต่างไปจากชาวไทยภูเขาเผ่าอื่นๆ และโดยที่ตั้งอยู่บนยอดดอยสูง ซึ่งมีทิวทัศน์สวยงาม การคมนาคมห่างจากอำเภอ ประมาณ 32 กิโลเมตร
บ้านกะเหรี่ยงห้วยห้อม
สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ลาน้อย
ห่างจากบ้านละอูบ ประมาณ 4 กิโลเมตร ราษฎรเคร่งศาสนาและสุภาพอ่อนโยน เป็นหมู่บ้านที่ตั้งศูนย์พัฒนาชาวเขา ราษฎรได้รับการพัฒนาให้ สามารถทำผ้าจากขนแกะ การปลูกไม้ผล เมืองหนาวและเป็นหมู่บ้านตัวอย่างของชาวเขา
บ้านกะเหรี่ยงแม่สะกั๊วะ
สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่ลาน้อย
อยู่ในเขตตำบลท่าผาปุ้ม ห่างจากอำเภอประมาณ 13 กิโลเมตร บ้านเรือนแถบเชิงเขาดูแปลกตา ในฤดูแล้งจะมองเห็นภาพดอกไม้ป่า ใบไม้เป็น สีส้มสวยงามมาก มีแหล่งน้ำตกใกล้หมู่บ้าน ใชัเป็นที่พักผ่อนได้เป็นอย่างดี ชาวบ้านนี้ยังคงมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม
บ้านกะเหรี่ยงพะมะลอ
สถานที่ตั้ง : อำเภอแม่สะเรียง
เป็นหมู่บ้านกระเหรี่ยงขนาดใหญ่ ห่างจากตลาดประมาณ 3 กิโลเมตร มีการทอผ้าขายแก่นักท่องเที่ยวในราคาถูก สาวกะเหรี่ยงที่บริสุทธิ์ยังไม่ได้แต่ง งานจะต้องสวมชุดสีขาว
 
เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร