สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยะลา, แหล่งท่องเที่ยวจังหวัดยะลา, ที่เที่ยวจังหวัดยะลา

สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดยะลา
มัสยิดกลางจังหวัดยะลา (Yala Central Mosque)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
เป็นมัสยิดใหญ่ประจำจังหวัดยะลา มัสยิดแห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2527 เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่สอดแทรกเส้นกรอบทรงสุเหร่าไว้ได้อย่างกลมกลืน ด้านหน้าเป็นบันไดกว้าง สูงประมาณ 30 ขั้น ทอดสู่ลานชั้นบน หลังคาทรงสี่เหลี่ยมมีโดมใหญ่อยู่ตรงกลาง นอกจากนี้ยังมีโรงแรมที่พักในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
หรือเรียกอีกอย่างว่า "วัดหน้าถ้ำ" เป็นหนึ่งในสามปูชนียสถานที่สำคัญของภาคใต้ เช่นเดียวกับพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราช และพระบรมธาตุไชยาที่สุราษฎร์ธานี แสดงถึงความรุ่งเรืองของศาสนาพุทธในบริเวณนี้มาตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีวิชัย ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าถ้ำ ห่างจากตัวเมือง 8 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางไปอำเภอยะหา บริเวณวัดร่มรื่นมีธารน้ำไหลผ่าน บันไดขึ้นไปยังปากถ้ำมีรูปปั้นยักษ์ ชาวบ้านเรียกว่า "เจ้าเขา" สร้างโดยช่างพื้นบ้านเมื่อปี พ.ศ. 2484 ภายในถ้ำมีลักษณะคล้ายห้องโถงใหญ่ ดัดแปลงปรับปรุงเป็นศาสนสถาน มีปล่องที่เพดานถ้ำยามแสงแดดส่องลงมาดูสวยงามมาก เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ปี พ.ศ. 1300 เป็นพระพุทธไสยาสน์สมัยศรีวิชัย ที่มีขนาดความยาว 81 ฟุต 1 นิ้ว เชื่อกันว่าเดิมเป็นปางนารายณ์บรรทมสินธุ์ เพราะมีภาพนาคแผ่พังพานปกพระเศียร ต่อมาจึงได้ดัดแปลงเป็นพระพุทธไสยาสน์แบบหินยาน
มัสยิดกลางจังหวัดยะลา พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ ณ วัดคูหาภิมุข
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ถนนพิพิธภักดี หน้าศาลากลางจังหวัดยะลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยอดเสาหลักเมืองให้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2505 ภายในศาลประดิษฐานยอดเสาหลักเมือง ซึ่งสร้างด้วยแก่นไม้ชัยพฤกษ์สูง 50 เซนติเมตร วัดโดยรอบที่ฐาน 43 นิ้ว ที่ปลาย 36 นิ้ว พระเศียรยอดเสาเป็นรูปพรหมจตุรพักตร์และเปลวไฟ บริเวณโดยรอบเป็นสวนสาธารณะ ร่มรื่น สวยงาม และจะมีการจัดงานสมโภชเจ้าพ่อหลักเมือง ระหว่างวันที่ 25–31 พฤษภาคม ของทุกปี สถานที่ตั้ง : อำเภอเบตง
พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ เป็นพระธาตุเจดีย์แบบทวาราวดีศรีวิชัย ตั้งอยู่ที่วัดพุทธาธิวาส ถนนรัตนกิจ ในตัวเมืองเบตง โดยตัวเจดีย์ตั้งอยู่บนเนินเขา มีขนาดความกว้าง 39 เมตร สูง 39.9 เมตร เป็นมหาธาตุเจดีย์ที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในภาคใต้ โดยในองค์มหาธาตุเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มหาธาตุเจดีย์องค์นี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองและถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชนินีนาถ ในวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองยะลา พระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ
อุทยานแห่งชาติบางลาง
สถานที่ตั้ง : อำเภอบันนังสตา
อุทยานแห่งชาติบางลาง มีสภาพภูมิประเทศหลากหลายส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน สลับกับที่ราบ ซึ่งเป็นทุ่งหญ้า มีทั้งเป็นภูเขาหินปูน หินแกรนิต หินอัคนี และหินกรวดขนาดใหญ่ และเป็นผืนน้ำที่กว้างใหญ่ ซึ่งเกิดจากจากการก่อสร้างเขื่อนบางลาง มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ตั้งแต่ 100 – 1,200 เมตร ประกอบด้วยเขาฮาลา เขาลาซะ เขาบูโละ และเขาฮันกุล ส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนดินเหนียวมีดินลูกรังเป็นบางส่วน เป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำหลายสายไหลมาบรรจบเป็นแม่น้ำปัตตานี และแม่น้ำสายบุรี ประกอบด้วยคลองและลำห้วยหลายสาย อาทิเช่น คลองชาลี คลองนีโล คลองกาวะ คลองกือนือฮง คลองโต๊ะโมะ คลองฮาลา คลองกาบู และคลองฮาลาซะห์

การเดินทาง
จากตัวเมืองยะลา ตามทางหลวงแผ่นดินสายยะลา – เบตง หมายเลข 410 แยกทางขวาตรงหลักกิโลเมตรที่ 56 ไปเส้นทางเข้าน้ำตกประมาณ 150 เมตร ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติบางลางและเข้าไปอีกประมาณ 900 เมตร ถึงน้ำตกที่มีความงามถึง 9 ชั้น ของน้ำตกธารโตสามารถเดินทางโดยรถยนต์ ส่วนตัวหรือรถโดยสารประจำทาง

รถยนต์
ยะลาอยู่ห่างจากกรุงเทพ ฯ 1,084 กิโลเมตร ผ่านชุมพร – สุราษฎร์ธานี – นครศรีธรรมราช – สงขลา – ปัตตานี – ยะลา

รถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทยบริการเดินรถกรุงเทพฯ – ยะลา ทุกวัน ทั้งรถด่วนและรถเร็ว

รถโดยสารประจำทาง
มีรถปรับอากาศของขนส่งและเอกชนบริการ

แหล่งท่องเที่ยว
เขื่อนบางลาง: เขื่อนบางลางนับเป็นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเอนกประสงค์แห่งแรกในภาคใต้ของประเทศ ตามแผนพัฒนาลุ่มน้ำปัตตานี ทั้งนี้ เพราะความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคใต้สูงขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่แหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า ยังมีไม่เพียงพอ การก่อสร้างเขื่อนบางลาง ได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ก็ด้วยความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากราษฎร หน่วยงานราชการต่าง ๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เขื่อนแห่งนี้จึงอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนในภูมิภาคนี้ของประเทศอย่างแท้จริง

ผืนป่าฮาลา-บาลา: ป่าฮาลา และป่าบาลา เป็นผืนป่าดงดิบที่ไม่ต่อเนื่องกัน แต่ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเดียวกัน คือ ป่าฮาลา ในเขตอำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส และป่าบาลา พื้นที่ครอบคลุมอำเภอแว้ง และอำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส โดยผู้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเรียกขานป่าผืนนี้ด้วยการนำชื่อชุมชนของตนเองเป็นตัวตั้ง คือ หากเป็นผู้คนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จะเรียกป่าผืนนี้ว่า 'บาลา-ฮาลา' ส่วนคนในพื้นที่จังหวัดยะลา จะเรียกว่า 'ฮาลา-บาลา'

ภูมิประเทศโดยรวมของป่าฮาลา-บาลา มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ความสูงจากระดับน้ำทะเล ต่ำสุด 100 เมตร สูงสุด 1,466 เมตร เป็นป่าดงดิบชื้นหรือป่าฝนเขตร้อน มีความชื่นสูงตลอดปี ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้สุดของประเทศไทย มีแนวป่าต่อเนื่องกับป่าเบลุ่มทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย เมื่อรวมพื้นที่เข้าด้วยกันทั้งฝั่งไทยและมาเลเซีย จัดได้ว่าผืนป่าแห่งนี้เป็นป่าฝนเขตร้อนที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรมลายู พื้นที่มีฝนตกชุก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยมากกว่า 2,000 มิลลิเมตรต่อปี

น้ำตกฮาลาซะห์: ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติบางลางที่ บล.2 ห่างจากตัวเมืองยะลา ประมาณ 90 กิโลเมตร โดยแยกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 สายยะลา-เบตง เข้ามางเขื่อนบางลาง น้ำตกมีความสูงประมาณ 100 เมตร นอกจากนี้ บริเวณพื้นที่ใกล้เคียงยังมีโป่งดิน ที่สัตว์ลงมาหากิน 4-5 แห่ง เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าฮาลา ประวัติศาตร์ หมู่บ้านจุฬาภรณ์ฯ เป็นภูเขาสลับซับซ้อน เป็นภูเขาดินและหิน ส่วนมากเป็นหินอัคนี และหินกรวดขนาดใหญ่ สภาพป่าเป็นป่าดงดิบชื้นอุดมสมบูรณ์ มีความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำคัญ เช่น แม่น้ำปัตตานี เป็นต้น

น้ำตกละอองรุ้ง: อยู่ที่ตำบลถ้ำทะลุ ห่างจากตัวเมืองยะลาไปตามถนนสายยะลา-เบตง (ทางหลวง 410) กิโลเมตรที่ 47-48 มีทางแยกขวาไปอีกราว 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 7 ชั้น มองเห็นเป็นทางน้ำที่ไหลลดหลั่นมาจากภูเขาสูง มีแอ่งน้ำซึ่งสามารถเล่นน้ำได้ โดยรอบร่มรื่นไปด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจมากมายรวมทั้งต้นศรียะลา หรืออโศกเหลือง ซึ่งจะออกดอกชูช่อสีเหลืองสวยงามในราวเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

น้ำตกธารโต: เป็นน้ำตกที่มีสีขาวสะอาด น้ำตกลงเป็นชั้นลดหลั่นลงมาสวยงามมาก เนื่องจากอยู่ในเขตพื้นที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติ จะพบวนอุทยาน และป่าสงวนแห่งชาติมีพื้นที่กว่า 1,000 ไร่เศษ เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด สัตว์ป่าและกลิ่นไอธรรมชาติ สงบร่มรื่นเย็นฉ่ำด้วยธารน้ำที่ไหลผ่านหน้าผา 7 ชั้น เป็นน้ำตกขนาดกลาง มี 9 ชั้น ความสูงของน้ำตกเฉลี่ยประมาณ 20 เมตร
สวนขวัญเมือง (Khwan Muang Garden)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล 1 ในเขตเทศบางเมืองยะลา ห่างจากศาลหลักเมืองยะลาประมาณ 300 เมตร เป็นสวนสาธารณะของเทศบาลเมืองยะลา พื้นที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 207 ไร่ จุดเด่นอยู่ที่สระน้ำใหญ่เนื้อที่ 69 ไร่ พื้นที่โดยรอบเป็นหาดทรายและทิวสนจำลองทัศนียภาพของหาดทรายชายทะเลมาไว้ให้ชาวเมืองได้พักผ่อนหย่อนใจ เนื่องจากจังหวัดยะลา ไม่มีพื้นที่ติดต่อกับชายทะเล นอกจากนี้ยังเป็นที่จัดกิจกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียง มีสนามแข่งขันนกเขาชวาเสียงที่ใหญ่และมีมาตรฐานที่สุดในภาคใต้
สวนสาธารณะสนามช้างเผือก (White Elephant Field Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเมือง
ตั้งอยู่ที่ถนนพิพิธภักดี มีเนื้อที่ทั้งหมด 80 ไร่ เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีน้อมเกล้าฯ ถวายช้างเผือก "พระเศวตสุรคชาธาร" แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2511 ภายในสวนสาธารณะมีศาลากลางน้ำรูปปั้นสัตว์ต่าง ๆ และเป็นสถานที่จัดกิจกรรมของจังหวัด
สวนสาธารณะเทศบาลตำบลเบตง (Betong Municipality Park)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเบตง
หรือที่เรียกกันว่า "สวนสุดสยาม" ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 120 ไร่ ตั้งอยู่บนเนินเขากลางเมืองเบตง ประกอบด้วยสวนไม้ดอกไม้ประดับ สวนนก สวนสุขภาพ สนามกีฬา สระว่ายน้ำ และสนามเด็กเล่น เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกาย หากเดินทางจากสวนสาธารณะเลยไปอีก 7 กิโลเมตรจนสุดถนนสุขยางค์จะถึงจุดใต้สุดของประเทศไทย ซึ่งมีถนนเชื่อมต่อไปยังประเทศมาเลเซีย
สวนขวัญเมือง สวนสาธารณะสนามช้างเผือก
สถานที่ตั้ง : อำเภอรามัน
ห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ 19 กิโลเมตร ตามเส้นทางยะลา-โกตาบารู เลี้ยวเข้าตำบลโกตาบารู ถึงตำบลท่าเรือประมาณ 2 กิโลเมตร เลี้ยวเข้าถนนหมู่บ้านประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงทางเข้าน้ำตก เข้าไปประมาณ 500 เมตร น้ำตกตะวันรัศมีเป็นน้ำตกที่สวยงามแตกต่างจากน้ำตกอื่น ๆ เพราะเมื่อแสงแดดกระทบกับสายน้ำ จะทำให้สีของหินใต้แอ่งน้ำเป็นสีเหลืองสวยงาม สถานที่ตั้ง : อำเภอบันนังสตา
หรือเรียกอีกอย่างว่า "น้ำตกกือลอง" ตั้งอยู่ในเขตนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ บนเขาปกโยะ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร จากนั้นเจอแยกซ้ายเลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 8 กิโลเมตร น้ำตกนี้ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2507 มีทั้งหมด 5 ชั้น สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระราชทานนามน้ำตกแห่งนี้ว่า "น้ำตกสุขทาลัย" เป็นน้ำตกที่มีทัศนียภาพสวยงาม และมีแอ่งน้ำสำหรับเล่นน้ำได้
เขื่อนบางลาง (Bang Lang Dam)
สถานที่ตั้ง : อำเภอบันนังสตา
ตั้งอยู่บ้านบางลาง ตำบลบาเจาะ ห่างจากตำบลบาเจาะไปตามทางหลวงหมายเลข 410 ประมาณ 50 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายไปอีก12 กิโลเมตร เขื่อนบางลางเป็นโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเอนกประสงค์แห่งแรกในภาคใต้ ที่สร้างปิดกั้นแม่น้ำปัตตานี เป็นเขื่อนแบบหินทิ้งแกนดินเหนียว สูง 85 เมตร สันเขื่อนยาว 422 เมตร สามารถเก็บกักน้ำได้ 1,420 ล้านลูกบาศก์เมตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรง ประกอบพิธีเปิดเขื่อน บางลาง เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2524 บริเวณเหนือเขื่อนในบริเวณที่ตั้งของสำนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ มีจุดชมทิวทัศน์มองเห็นทัศนียภาพของเขื่อน อ่างเก็บน้ำและทิวเขาโดยรอบได้สวยงาม ติดต่อบ้านพักรับรอง โทร. 0 7329 9237-8 บริการล่องเรือหรือแพชมทิวทัศน์ทะเลสาบเหนือเขื่อน โทร. 0 7328 1063-66 ต่อ 2291
น้ำตกสุขทาลัย เขื่อนบางลาง
ถ้ำกระแชง (Krachaeng Cave)
สถานที่ตั้ง : อำเภอบันนังสตา
ตั้งอยู่ที่บ้านกาโสด ตำบลบันนังสตา ห่างจากจังหวัดยะลา ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 ประมาณ 50 กิโลเมตร เลยแยกปากทางเข้าเขื่อนบางลางไปเล็กน้อย แล้วแยกซ้ายเข้าไปตามทางลูกรังอีก 1.5 กิโลเมตร มีทัศนียภาพของภูเขา ธารน้ำและถ้ำลอดที่สวยงาม ในช่วงที่น้ำน้อยสามารถเดินเลาะเลียบตามลำธารลอดถ้ำไปทะลุอีกด้านหนึ่ง ซึ่งเป็นที่โล่ง โอบล้อมด้วยภูเขาและแมกไม้เขียวขจี มีทัศนียภาพสวยงาม สถานที่ตั้ง : อำเภอธารโต
น้ำตกธารโต อยู่ที่ตำบลถ้ำทะลุ ห่างจากตัวเมืองยะลาไปตามถนนสายยะลา-เบตง (ทางหลวง 410) กิโลเมตรที่ 47-48 มีทางแยกขวาไปอีกราว 1 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ 7 ชั้น มองเห็นเป็นทางน้ำที่ไหลลดหลั่นมาจากภูเขาสูง มีแอ่งน้ำซึ่งสามารถเล่นน้ำได้ โดยรอบร่มรื่นไปด้วยป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ที่น่าสนใจมากมายรวมทั้งต้นศรียะลา หรืออโศกเหลือง ซึ่งจะออกดอกชูช่อสีเหลืองสวยงามในราวเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี นอกจากนี้ยังมีโรงแรมที่พักในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย สถานที่ตั้ง : อำเภอธารโต
เป็นน้ำตกที่ตั้งอยู่ระหว่าง เขตติดต่ออำเภอธารโต และอำเภอเบตง ห่างจากจังหวัดยะลาประมาณ 90 กิโลเมตร ใช้เส้นทางยะลา-เบตง ถนนลาดยางตลอด ก่อนถึงอำเภอเบตงประมาณ 40 กิโลเมตร จะมีถนนดินแยกเข้าน้ำตก ประมาณ 100 เมตร น้ำตกแห่งนี้มีความงดงามเกิดจากละอองน้ำตกกระทบแสงแดดมองเห็นเป็นสีรุ้ง อยู่เบื้องล่างริมภูผามีความร่มรื่นตลอดทั้งวัน
ถ้ำกระแชง น้ำตกธารโต น้ำตกละอองรุ้ง
น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (Chaloem Phra Kiat Ro Kao waterfall)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเบตง
ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลอัยเยอร์เวง ใช้เส้นทางหมายเลข 410 ระหว่างอำเภอธารโตและอำเภอเบตง แยกขวาช่วงกิโลเมตร 32-33 ไปตามทางลูกรังอีก 3 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงกว่า 30 เมตร รอบบริเวณปกคลุมไปด้วยพรรณไม้เขียวขจี
น้ำตกอินทสร (Inthasorn Waterfall)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเบตง
อยู่ห่างจากตัวเมืองเบตง 15 กิโลเมตร หรือเลยจากบ่อน้ำร้อนเบตงไปอีก 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่เกิดจากภูเขา รอบบริเวณปกคลุมด้วยป่าไม้ร่มรื่น และมีแอ่งน้ำสามารถว่ายน้ำเล่นและมีบริเวณที่ให้พักผ่อนได้เช่นกัน
ป่าบาลา-ฮาลา (Bala-Hala Forest)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเบตง
เป็นป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณ สัตว์ป่าและนกหายากนานาชนิด และเป็นที่อาศัยของคนป่าเผ่าซาไก มีพื้นที่ขนาดใหญ่อยู่ในแนวรอยต่อระหว่างจังหวัดยะลาและนราธิวาส เป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำในเขื่อนบางลาง นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมธรรมชาติของขุนเขา ป่าไม้และสายน้ำ โดยติดต่อเช่าเรือได้ที่ กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 ถนนสุขยางค์ อำเภอเบตง
น้ำตกเฉลิมพระเกียรติ ร.9 น้ำตกอินทสร ป่าบาลา-ฮาลา
สถานที่ตั้ง : อำเภอเบตง
อยู่ที่บ้านปิยะมิตร 1 ตำบลตะเนาะแมเราะ ใช้เส้นทางเดียวกับบ่อน้ำร้อนและน้ำตกอินทสร แต่อยู่เลยบ่อน้ำร้อนไปอีก 4 กิโลเมตร บริเวณนี้เป็นหมู่บ้านของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย เดิมเคยเป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์มลายา (เขต 2) อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2519 เป็นอุโมงค์คดเคี้ยวเข้าไปในภูเขายาวประมาณ 1 กิโลเมตร ความกว้างประมาณ 50-60 ฟุต ใช้เวลาในการขุด 3 เดือน มีทางเข้าออกหลายทาง ใช้เป็นที่หลบภัยทางอากาศและสะสมเสบียง บริเวณนี้จัดให้มีนิทรรศการแสดงภาพประวัติศาสตร์ รวมทั้งวิถีการดำเนินชีวิตภายในป่า ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากอีกแห่งหนึ่งของเบตง เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 -16.30 น.
ฝูงนกนางแอ่น (The Swift)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเบตง
ยามพลบค่ำบนท้องฟ้าในย่านชุมชนกลางเมืองเบตง จะเต็มไปด้วยนกนางแอ่นที่บินมาอาศัยหลับนอนเกาะอยู่ตามอาคารบ้านเรือนและสายไฟฟ้าอยู่มากมาย โดยเฉพาะที่บริเวณหอนาฬิกาซึ่งประดับด้วยไฟฟ้าสว่างไสวตลอดคืน ซึ่งจะมีนกหนาแน่นเป็นพิเศษ เป็นภาพที่น่าอัศจรรย์และเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเบตง นกนางแอ่นเหล่านี้อพยพหนีความหนาวมาจากไซบีเรีย จะพบเห็นเป็นจำนวนมากในช่วงเดือนกันยายน-มีนาคม สถานที่ตั้ง : อำเภอเบตง
บ่อน้ำร้อนเบตง อยู่ที่บ้านจะเราะปะไร ตำบลตะเนาะแมเราะ อำเภอเบตง ห่างจากจังหวัดยะลา ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 แล้วแยกไปตามทางลาดยางอีกประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นบ่อน้ำร้อนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ความร้อนของน้ำสามารถต้มไข่ให้สุกได้ภายในเวลา 7 นาที ประชาชนและผู้เยี่ยมเยือนนิยมมาอาบน้ำแร่ซึ่งเชื่อกันว่าทำให้สุขภาพดีและรักษาอาการปวดตามร่างกายได้
อุโมงค์ปิยะมิตร ฝูงนกนางแอ่น บ่อน้ำร้อนเบตง
สถานที่ตั้ง : อำเภอธารโต
ตั้งหมู่ที่ 3 ตำบลบ้านแหร ห่างจากตัวจังหวัดยะลาไปทางเบตงประมาณ 80 กิโลเมตร ด้านขวามือ มีทางเข้าไปยังหมู่บ้านที่อาศัยของชนเผ่าซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม "เงาะซาไก" เดิมดำรงชีวิตอยู่ด้วยการหาของป่า มีความชำนาญในด้านสมุนไพรและเป่าลูกดอกล่าสัตว์ บ้านเรือนของซาไกเดิมสร้างด้วยไม้ไผ่และมุงหลังคาจาก ต่อมากรมประชาสงเคราะห์ได้พัฒนาหมู่บ้านแห่งนี้ โดยรวบรวมชาวซาไกมาอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน และให้มีอาชีพทำสวนยางและได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีขอใช้คำว่า "ศรีธารโต" ให้ทุกคนใช้เป็นนามสกุล ปัจจุบันมีชนเผ่าซาไกที่ยังคงอาศัยอยู่บ้าง แต่บางส่วนได้แยกย้ายไปทำงานที่อื่น
หอนาฬิกา (The clock Tower)
สถานที่ตั้ง : อำเภอเบตง
อยู่ที่บริเวณสี่แยกใจกลางเมืองเบตง เป็นสิ่งก่อสร้างเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง สร้างด้วยหินอ่อนที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีโรงแรมที่พักในบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย
หมู่บ้านซาไก หอนาฬิกา
สถานที่ตั้ง : อำเภอเบตง
"เบตง" เป็นภาษามลายู หมายถึง ไม้ไผ่ ตั้งอยู่ใต้สุดของประเทศไทย ห่างจากจังหวัดยะลาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 410 ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร โดยเฉพาะเส้นทางช่วงระหว่างอำเภอธารโต-เบตง เป็นเส้นทางคดเคี้ยวไปตามไหล่เขา มองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของทะเลสาบ ป่าไม้และสวนยาง ตัวเมืองเบตงตั้งอยู่ในโอบล้อมของขุนเขาอากาศเย็นสบาย มีฝนตกชุก และมักมีหมอกปกคลุมในยามเช้า จนได้รับสมญานามว่า "เมืองในหมอก ดอกไม้งาม" เป็นอำเภอใหญ่ที่มีความเจริญ ชาวมาเลเซียนิยมเดินทางมาท่องเที่ยว มีอาหารการกินที่สมบูรณ์ และมีแหล่งท่องเที่ยวทั้งในและนอกตัวเมืองมากมาย

การเดินทาง : จากอำเภอเมืองยะลาไปเบตง มีบริการรถตู้หรือแท็กซี่ คิวรถตู้อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟยะลา รถออกทุก 1 ชั่วโมง และหากเดินทางจากหาดใหญ่ มีบริการรถตู้ปรับอากาศไปยะลาและเบตง โทร. 0 7323 0905 , 0 7323 3917-8 รถออกเวลา 08.00 - 10.00 น. และ 13.00 น. สถานที่ตั้ง : อำเภอเบตง
ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 ตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง จุดประสงค์ที่สร้างไว้ในครั้งแรก ก็เพื่อใช้เป็นที่กระจายข่าวสารบ้านเมืองให้ชาวเมืองเบตงได้รับฟังจากวิทยุที่ฝังอยู่ส่วนบนของตู้ และใช้เป็นตู้ไปรษณีย์มาจนทุกวันนี้ ปัจจุบันได้มีการสร้างตู้ไปรษณีย์ขึ้นใหม่ใหญ่กว่าเดิมที่บริเวณศาลาประชาคม ถนนสุขยางค์ ซึ่งมีความสูงประมาณ 9 เมตร เป็นจุดเด่นที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
เมืองเบตง ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

 

เพิ่มขนาดตัวอักษร ตัวอักษร ลดขนาดตัวอักษร